ทุกทิศทั่วไทยประกอบพิธี 'พลีกรรมตักน้ำ' ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันที่ 6 เม.ย.62 จังหวัดอ่างทองประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อจัดทำน้ำอภิเษกประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 จากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดอ่างทอง 2 แหล่ง
แห่งที่ 1 ประกอบด้วยพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลองบางแก้ว ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง โดยมีนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี

แห่งที่ 2 ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ แม่น้ำเจ้าพระเจ้า หน้าพระอุโบสถ วัดไชโยวรวิหาร ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง โดยมีนายเรวัต ประสงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธี

จังหวัดกาฬสินธุ์ ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ใจกลางกุดน้ำกิน ถือฤกษ์ 11.52 – 12.38 น. โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นำข้าราชการทุกหมู่เหล่าร่วมประกอบพิธีอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ประชาชนกว่า 2,000 คน แต่งกายด้วยเสื้อเหลืองร่วมพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ครั้งประวัติศาสตร์ของชาติไทย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 เม.ย. 2562 ที่บริเวณสวนสาธารณะกุดน้ำกิน เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายไกรสร กองฉลาก ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ ถวายความเคารพต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ด้วยความจงรักภักดี โดยมีนางอารีย์ โรจน์วัฒนบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่3 พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.อ.ปรีชา จึงมั่นคง รอง ผบ.กกล.รส.จ.กส. นายวีระศักดิ์ ศรีโสภา รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พ.อ.มานพ ไขขุนทด รอง ผอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ นางกรรณิกา กองฉลาด นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ คณะกรรมการเหล่ากาชาด ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชนจิตอาสาแต่งกายด้วยเสื้อเหลืองกว่า 2,000 คนร่วมพิธีครั้งประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาติไทย ในพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนำไปทำน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

จากนั้นนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจ.กาฬสินธุ์ ได้นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่าประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยพราหมณ์บัณฑิตได้อ่านโองการบวงสรวงเพื่อบูชาเทพยดา เทพารักษ์ที่ปกปักษ์ดูแลรักษาแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณสวนสาธารณะกุดน้ำกิน นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้อ่านคาถาพลีกรรมตักน้ำ เจ้าหน้าที่อัญเชิญขันสาครและที่ตักน้ำไปยังแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บริเวณใจกลางกุดน้ำกิน โดยถือฤกษ์เวลา 11.52 – 12.32 น. ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเมื่อถึงฤกษ์เวลา 11.52 น. เจ้าหน้าที่เปิดฝาขันน้ำสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ใช้ที่ตักน้ำตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ บริเวณใจกลางกุดน้ำกินที่มีความลึกที่สุด 5 เมตร ใส่ในขันน้ำสาคร จนกระทั่งเวลา 12.38 น. เจ้าหน้าที่ปิดฝาขันน้ำสาครห่อด้วยผ้าสีขาวอัญเชิญขันน้ำสาครและที่ตักน้ำไปยังรถขบวนเพื่อเคลื่อนไปยังอุโบสถวัดกลาง(พระอารามหลวง) สถานที่ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก ด้วยระยะทาง 1.8 กม. โดยวันที่ 8 เม.ย. 62 จะประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก วันที่ 9 เม.ย. 62 พิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก ที่วัดกลาง (พระรามหลวง) อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์

สำหรับสวนสาธารณะกุดน้ำกิน เป็นแหล่งน้ำโบราณมีอายุมากกว่า 200 ปี เดิมทีในอดีตเป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคของชาวกาฬสินธุ์ ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานบริเวณแก่งสำโรงมีน้ำใสสะอาดรสชาติดี และมีน้ำให้ประชาชนได้บริโภคตลอดทั้งปี ซึ่งกุดน้ำกิน มีแหล่งต้นน้ำที่อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ก่อนจะไหลรวมมายังล้ำแม่น้ำปาว โดยบริเวณกุดน้ำกิน เป็นจุดน้ำขังด้วยมีลักษณะเป็นที่ลุ่ม
จังหวัดสตูล จัดพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์จังหวัดสตูล เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
วันนี้ 6 เม.ย. 62เมื่อเวลา 10.39 น. นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแหล่งบ่อน้ำพุร้อนทุ่งนุ้ย ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล เพื่อประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมีนายศักดา วิทยาศิริกุล นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นางกัญจนา เกลี้ยงเกลา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี

สำหรับพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์จังหวัดสตูล เพื่อประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จังหวัดสตูล ในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่การจัดขบวนรถจากศาลากลางจังหวัดสตูล ไปยังแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ บ่อน้ำพุร้อนทุ่งนุ้ย ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง โดยนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานการประกอบพิธี ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดกรวยกระทงดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ถวายความเคารพ และเข้าประจำจุดหน้าโต๊ะบวงสรวง จุดธูปเทียนบูชาเพื่อประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ พร้อมส่งธูปเทียนให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จำนวน 11 ท่าน ร่วมปักธูป จากนั้นนายประจวบ สุดเหลือ พราหมณ์อ่านโองการบวงสรวงบูชาเทพารักษ์ ผู้ดูแลรักษาสถานที่แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ และประธานอ่านคาถาพิธีพลีกรรมฯ

เวลา 11.52 น. นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยมีนายวีระพรรณ สุขะวัลลิ นายอำเภอทุ่งหว้า อัญเชิญขันน้ำสาครทองเหลือง และนายทวีศักดิ์ สังข์ชู นายอำเภอมะนัง อัญเชิญที่ตักน้ำ เสร็จแล้วปิดฝาขันน้ำสาครและห่อด้วยผ้าขาว ผูกริบบิ้นสีขาว และอัญเชิญขันน้ำสาครและที่ตักน้ำไปยังรถยนต์ พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และหัวหน้าส่วนราชการ เดินทางไปยังพระอุโบสถวัดชนาธิปเฉลิมพระอารามหลวง อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล

ที่วัดชนาธิปเฉลิมพระอารามหลวงอำเภอเมืองสตูล นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ประธานพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วย ผู้อัญเชิญขันน้ำสาคร และผู้อัญเชิญที่ตักน้ำ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ซึ่งประดิษฐาน ณ หน้าพระอุโบสถฯ และอัญเชิญขันน้ำสาครพร้อมที่ตักน้ำ มาวาง ณ หน้าพระประธานในพระอุโบสถ วัดชนาธิปเฉลิมพระอารามหลวง เพื่อรอการประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก และเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก ในวันที่ 8 และ 9 เมษายน 2562 ตามกำหนดการต่อไป
จังหวัดสระบุรีพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่ออัญเชิญสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ ท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์สระบุรี
นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการและประชาชน ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่ออัญเชิญประกอบพิธีทำน้ำมุรธาภิเษก และน้ำอภิเษก เพื่ออัญเชิญสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันที่ 6 เม.ย.62 เวลา10.30 น. นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยไปประจำจุดหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ถวายความเคารพและเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพร ถวายความเคารพ
จากนั้น รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเดินไปยังโต๊ะบวงสรวงจุดธูปเทียนบูชาเพื่อประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยอ่านคาถาพลีกรรมตักน้ำ และนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีอ่านคาถาพลีกรรมตักน้ำ ตามลำดับ
เวลา 11.52 น. นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้าประจำจุดและประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่ออัญเชิญประกอบพิธีทำน้ำมุรธาภิเษก จากนั้นนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีเข้าประจำจุดและประกอบ พิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่ออัญเชิญประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและประชาชน เข้าร่วมพิธี ณ แม่น้ำป่าสัก บ้านท่าราบ ต.ต้นตาล อ. เสาไห้ จ.สระบุรี จากนั้นได้อัญเชิญขบวนน้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้นฝั่ง พร้อมมอบขันน้ำสาครพร้อมที่ตักให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อนำขึ้นรถบุษบกซึ่งประดิษฐานอยู่บนราชรถเกวียน เพื่อนำไปยังภายในมณฑปรอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เพื่อเตรียมทำพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ตามฤกษ์ที่สำนักพระราชวังกำหนด โดยขบวนอัญเชิญประกอบไปด้วยขบวนกังสดาล ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ขบวนกลองประโคม ขบวนช่างฟ้อนนางรำ ขบวนนางยวน จำนวน 266 นาง ชักลากราชรถเกวียน ขบวนทหารโบราณและขบวนตุง

จังหวัดสระบุรีประกอบพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ โยนกอุทยานท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดสระบุรี หมู่ 6 บ้านท่าราบ ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จ.สระบุรี เรื่องราวของท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นมีมาแต่อดีตตั้งแต่เมื่อครั้งต้นราชวงศ์จักรีความว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จหัวเมืองปริมณฑลจังหวัดสระบุรี พระองค์ทรงเรือพระที่นั่งมาติดสันดอนกลางหาดแม่น้ำป่าสัก ณ บ้านท่าหินลาดตำบลท่าราบ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ครั้นเมื่อการเป็นเช่นนั้นจึงได้เกณฑ์ไพร่พล บริเวณริมข้างลำน้ำเพื่อที่จะชักลากเรือให้พ้นเขตสันดอน เรือได้ชักลากโดยกรมวังเกณฑ์หญิงสาวชาวพายัพ หรือในปัจจุบันคือกลุ่มชาวไทยยวนได้ชักลากเรือจำนวน 217 นางเพื่อให้พ้นสันดอนจนมาถึงบ้านท่าราบหมู่ 6 ตำบลท่าราบ อำเภอเสาไห้ ระยะทาง 1 กิโลเมตรเศษ พระองค์ทรงให้หยุดพักและทรงเสด็จพระราชดำเนินยังหาดทรายสีขาวแล้วเสด็จพระราชดำเนินเลียบหาดทรายและสรงน้ำจนเป็นที่พอพระราชหฤทัยจึงได้พระราชทานเงินรางวัลแด่ผู้ที่ชักลากเรือในคราวนั้นเป็นเหตุให้ท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์สระบุรีได้เป็นท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเบญจสุทธิคงคาเพื่อที่จะนำน้ำเข้าพิธีบรมราชาภิเษกในลำดับรัชกาลถัดไป

โดยน้ำท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้เป็นน้ำมหามุรธาภิเษกคือคือน้ำรดพระเศียรพระเจ้าแผ่นดินซึ่งมีเพียง 9 แหล่งน้ำคือ 4 สระน้ำจากจังหวัดสุพรรณบุรี น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำบางปะกง น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำเพชรบุรี น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำราชบุรี และน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำป่าสัก ณ บ้านท่าราบตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจของพสกนิกรชาวจังหวัดสระบุรีเป็นอย่างยิ่ง
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
